สถิติ

246616

 สมเด็จย่า ประวัติย่อสมาคม

 

เปตอง  เป็นกีฬากลางแจ้งประเภทหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส  ประมาณ 2 พันปีมาแล้ว และเป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายในประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งทวีปยุโรป เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย เป็นครั้งแรก

เมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยคณะผู้ก่อตั้งคือ นายศรีภูมิ สุขเนตร นายจันทร์  โพยหาญ  และนายชัยรัตน์  คำนวณเป็นกีฬาที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงโปรดปรานมากพระองค์ทรงพระราชทานกีฬาเปตองให้แก่พสกนิกรชาวไทยไว้เพื่อให้ออกกำลังกายและแข่งขัน

พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าเปตองเป็นกีฬาที่ดีมีประโยชน์ เล่นง่าย และค่าใช้จ่ายน้อยเป็นกีฬาที่เหมาะสมสำหรับคนไทยเป็นอย่างยิ่ง

คลิ๊ก>>อ่านต่อ

  • นายกสมาคมเปตอง

    อดีต - ปัจจุบัน
 

ปี พ.ศ.2519 – พ.ศ.2523 

นายศรีภูมิ  สุขเนตร

ปี พ.ศ.2523 – พ.ศ.2527

นายชัยรัตน์  คำนวณ

ปี พ.ศ.2527 – พ.ศ.2535  

พลโทเอนก  บุนยะถี

ปี พ.ศ.2535 – ปัจจุบัน

ฯพณฯ พลอากาศตรี

กำธน  สินธวานนท์

คลิป

กิจกรรม

กติกาสากลของการแข่งขันกีฬาเปตอง

"กติกาสากลของการแข่งขันกีฬาเปตอง"

 

หลักการทั่วไป (General Rules)

ข้อที่ 1 องค์ประกอบของทีม


เปตองเป็นกีฬาที่แข่งขันกันโดยมี ผู้เล่นทีมละ 3 คน นอกจากนี้ยังสามารถทำการแข่งขันในรูปแบบดังต่อไปนี้ได้ด้วยเช่นกัน

ผู้เล่นทีมละ 2 คน [DOUBLES]

ผู้เล่นทีมละ 1 คน [SINGLES]

ในทีม 3 คน นักกีฬาแต่ละคนเล่นลูกเปตองได้คนละ 2 ลูก

ในทีม 2 คน และทีม 1 คน นักกีฬาเล่นลูกเปตองได้คนละ 3 ลูก

 

ข้อที่ 2 ลักษณะของลูกเปตองที่ได้รับการรับรอง


การเล่นกีฬาเปตองนั้นจะต้องใช้ลูกเปตองที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์เปตองนานาชาติโดยมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ทำจากโลหะ

(2) มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 7.05 ซม. (อย่างต่ำสุด) ถึง 8.00 ซม. (อย่างสูงสุด)

(3) มีน้ำหนักระหว่าง 650 กรัม (อย่างต่ำสุด) ถึง 800 กรัม (อย่างสูงสุด) และเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต และน้ำหนักของลูกเปตองจะต้องประทับลงบนลูกเปตอง และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

อนึ่ง การแข่งขันสำหรับยุวชนอายุไม่เกิน 11 ปี อาจจะอนุญาตให้ใช้ลูกเปตองที่มีน้ำหนัก 600 กรัม และเส้นผ่าศูนย์กลาง 65 มม.

ซึ่งผลิตโดยโรงงานที่ได้รับการรับรองได้

(4) ห้ามมิให้ถ่วงลูกเปตองด้วยตะกั่วหรือทรายโดยกฎทั่วไปลูกเปตองจะถูกห้ามปรับเปลี่ยนแปรสภาพหรือดัดแปลง

หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองได้ผลิตออกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามกระทำการดัดแปลงเพื่อประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงความแข็งของ

ลูกเปตอง ซึ่งถูกผลิตจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ชื่อของผู้เล่น (เจ้าของลูกเปตอง) ชื่อย่อ , สัญลักษณ์

หรือคุณสมบัติของผู้ผลิต สามารถสลักลงบนลูกเปตองได้

 

ข้อที่ 2 ก. บทลงโทษสำหรับลูกเปตองที่ไม่ได้มาตรฐาน

ผู้เล่นที่ละเมิดฝ่าฝืนกติกาข้อย่อยที่ (4) ของกติกาข้อที่ 2 (ว่าด้วยเรื่องการถ่วงหรือดัดแปลงลูกเปตอง)
จะต้องถูกปรับให้ออกจากการแข่งขันทันทีทั้งทีม ถ้าลูกเปตองไม่ได้ถูกดัดแปลง แต่สึกกร่อนจากการใช้งาน
หรือบกพร่องมาจากระบบการผลิต หรือเป็นลูกเปตองที่ไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและไม่ได้เป็นไปตามข้อ (1),(2), และ (3) ของกติกาข้อ 2 ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้เล่นจะต้องเปลี่ยนลูกเปตองชุดนั้น

การประท้วงในเรื่องลักษณะของลูกเปตองตามข้อ (1),(2) และ (3) โดยผู้เล่นทีมใดก็ตามจะต้องกระทำก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น
ผู้เล่นทั้งหมดจะต้องรับประกันลูกเปตองของตนเองว่า ถูกต้องตามลักษณะมาตรฐานข้างต้น

ส่วนการประท้วงตามข้อ (4) (ว่าด้วยการถ่วงหรือดัดแปลงลูกเปตอง) อาจกระทำได้ตลอดเวลาในระหว่างการแข่งขัน แต่ต้อง
กระทำระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยว อย่างไรก็ตามถ้าการเล่นในเที่ยวที่ 3 เริ่มขึ้น หากมีการประท้วงเรื่องลูกเปตองของคู่แข่งขัน
และเมื่อตรวจสอบแล้วปรากฏว่าลูกเปตองนั้นไม่ผิดปกติแต่อย่างใด ทีมของผู้เล่นที่ทำการประท้วงจะต้องถูกปรับ 3 คะแนนให้แก่
ทีมคู่แข่งขัน กรรมการผู้ตัดสินสามารถขอตรวจสอบลูกเปตองของผู้เล่นได้ตลอดเวลา

 

ข้อที่ 3 ลูกเป้าที่ถูกต้องตามมาตรฐาน

ลูกเป้าต้องทำจากไม้ หรือวัสดุสังเคราะห์ซึ่งมีเครื่องหมายของผู้ผลิต และได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์เปตองนานาชาติ
เส้นผ่าศูนย์กลางของลูกเป้าต้องมีขนาด 30 มิลลิเมตร (สามารถเพิ่มหรือลดได้ไม่เกิน 1 มิลลิเมตร)
การทาสีลูกเป้าเป็นสีใดๆก็ตาม อนุญาตให้กระทำได้ แต่ลูกเป้านั้นจะต้องไม่เป็นวัสดุที่มีปฎิกิริยากับแม่เหล็ก

 

ข้อที่ 4 ใบอนุญาต

ก่อนเริ่มการแข่งขันผู้เล่นแต่ละคนจะต้องนำใบอนุญาตมาแสดง และ/หรือ ต้องนำมาแสดงเมื่อ กรรมการ หรือคู่แข่งขันขอตรวจสอบ
รวมทั้งอาจจะต้องนำมาแสดงหรือเก็บไว้ ณ ที่กองอำนวยการการแข่งขัน

 

ข้อที่ 5 ข้อกำหนดเรื่องสนาม

กีฬาเปตองเล่นกันบนพื้นสนามทั่วไป อย่างไรก็ตาม โดยการกำหนดของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน หรือกรรมการผู้ตัดสิน
นักกีฬาอาจจะถูกกำหนดให้กระทำการแข่งขันในสนามที่ถูกกำหนดขอบเขต ในกรณีนี้สนามที่ถูกกำหนด ถ้าเป็นการแข่งขันระดับชาติ
และระดับนานาชาติ ขนาดของสนามจะต้องมีความยาว 15 เมตร และกว้าง 4 เมตร เป็นอย่างน้อย

สำหรับการแข่งขันระดับอื่น ๆ สหพันธ์ (ผู้จัดการแข่งขัน)อาจอนุญาตให้ลดขนาดของสนามลง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 12 ม.x3ม.
ในกรณีที่สนามแข่งขันสองสนามอยู่ติดกันโดยมีเส้นหัวสนามของสนามหนึ่ง และท้ายสนามของอีกสนามหนึ่งร่วมกันอยู่เส้นที่ใช้ร่วมกันนี้ให้ถือว่าเป็นเส้นฟาวล์
ถ้ารอบบริเวณสนามนั้นถูกกั้นด้วยเครื่องกั้นที่มีความแข็งเครื่องกั้นนี้จะต้องอยู่นอกเส้นขอบสนามอย่างน้อย 1 เมตร

การแข่งขันกำหนดให้ใช้ 13 คะแนน แต่ถ้าเป็นการแข่งขันระบบแบ่งสาย และการแข่งขันรอบคัดเลือกอาจใช้การแข่งขัน 11 คะแนนก็ได้
ในการแข่งขันบางครั้งผู้จัดการแข่งขันสามารถกำหนดระยะเวลาของเกมส์การแข่งขันได้

 

ข้อที่ 6 กฎข้อบังคับในเรื่องวงกลม

ผู้เล่นจะต้องโยนเหรียญเพื่อเสี่ยงทายว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายเลือกสนาม และเป็นฝ่ายเริ่มโยนลูกเป้า
ถ้าหากสนามแข่งขันถูกกำหนดไว้แล้วโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ก็จะต้องเริ่มโยนลูกเป้าในสนามที่กำหนดไว้นั้น
ทีมที่เข้าแข่งขันไม่สามารถไปเล่นในสนามอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรรมการผู้ตัดสินได้

ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งของทีมที่ชนะการเสี่ยงทายเป็นผู้เลือกจุดเริ่มเล่น และวาดวงกลมที่มีขนาดใหญ่พอที่ผู้เล่นสามารถเข้าไป
ยืนได้เต็มฝ่าเท้าทั้งสองข้าง แต่อย่างไรก็ตาม วงกลมที่ถูกวาดขึ้นมานี้ วัดแล้วจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 35 ซม.
หรือไม่มากกว่า 50 ซม.

ในกรณีที่ใช้วงกลมสำเร็จรูปเป็นอุปกรณ์การแข่งขัน วงกลมนี้จะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม.โดยวัดที่เส้นขอบในของวงกลม

การใช้วงกลมสำเร็จรูปนั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้จัดซึ่งจะจัดเตรียมอุปกรณ์นั้น วงกลมที่ถูกต้องสำหรับการโยนลูกเป้าตามสิทธิ 3 ครั้ง
ที่อนุญาตในกติกา จะต้องถูกวาดขึ้นมา หรือวางอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางใด ๆ อย่างน้อย 1 เมตร
แต่สำหรับการแข่งขันในระบบสนามเปิดนอกเหนือจากที่กล่าวแล้ววงกลมต้องอยู่ห่างจากวงกลม
อื่น ๆ ที่กำลังแข่งขันอยู่เช่นกัน อย่างน้อย 2 เมตร

ทีมซึ่งโยนลูกเป้าจะต้องลบวงกลมอื่นๆที่ไม่ได้ใช้แล้วที่อยู่ใกล้วงกลมที่กำลังจะใช้แข่งขันออกให้หมด
พื้นที่ภายในวงกลมอาจสามารถถูกปรับให้เรียบระหว่างการเล่นในเที่ยวนั้นได้ แต่จะต้องถูกกลบกลับให้ดีดังเดิมเมื่อการเล่นเที่ยวนั้นจบลง
วงกลม (ทั้งวงเก่า และที่กำลังใช้อยู่ ) จะไม่ถือว่าเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับการแข่งขัน
เท้าทั้งสองข้างของผู้เล่นที่จะโยนลูก ต้องอยู่ในวงกลม โดยห้ามสัมผัส (เหยียบ) เส้นรอบวง และเท้าของผู้ที่โยนลูกจะต้อง
ไม่ออกนอกวงกลมหรือยกขึ้นจากพื้น ก่อนที่ลูกเปตองที่โยนไปจะตกสัมผัสพื้นสนาม และห้ามอวัยวะส่วนอื่นใดของร่างกายผู้โยนลูกแตะถูก
พื้นที่นอกวงกลม ยกเว้นคนพิการในขาส่วนล่างเท่านั้นที่อนุญาตให้วางเท้าข้างเดียวในวงกลมได้

สำหรับนักกีฬาผู้ซึ่งต้องนั่งโยนจากรถเก้าอี้ล้อ อย่างน้อยวงล้อด้านหนึ่งของรถ ( ด้านเดียวกับแขนที่ใช้โยนลูก) จะต้องอยู่ในวงกลม
ผู้เล่นที่เป็นผู้โยนลูกเป้า ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่โยนลูกเปตองลูกแรกเสมอไป

 

ข้อที่ 7 ระยะที่ถูกต้องของการโยนลูกเป้า

การโยนลูกเป้าที่ถูกต้องตามกติกา ต้องเป็นไปตามลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ระยะห่างจากลูกเป้าถึงเส้นรอบวงด้านในที่ใกล้ที่สุดของวงกลมจะต้องอยู่ระหว่าง

   4 – 8 เมตร สำหรับเด็กเล็ก
5 – 9 เมตร สำหรับยุวชน
                    6 – 10 เมตร สำหรับเยาวชน และผู้ใหญ่

(2) วงกลมสำหรับโยนลูกเป้าจะต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางใด ๆ อย่างน้อย 1 เมตร
(3) ตำแหน่งของลูกเป้าที่ถูกโยนออกไป จะต้องวางอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางใด ๆ และเส้นฟาวล์ด้านที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างน้อย 1 เมตร
(4) ลูกเป้าที่ถูกโยนออกไปจะต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากวงกลม เมื่อผู้เล่นเข้าไปยืนอยู่ในวงกลมทั้ง 2 เท้า
และยืนตรงขึ้นเต็มตัว ในกรณีที่มีการประท้วงในเรื่องนี้ กรรมการผู้ตัดสิน จะเป็นผู้ที่สามารถชี้ขาดได้ว่าลูกเป้านั้นมองเห็นหรือไม่
และถ้าตัดสินแล้วก็จะไม่สามารถอุทธรณ์ใด ๆ ได้อีก

ในการโยนลูกเป้าในเที่ยวต่อไป ลูกเป้าจะต้องถูกโยนจากวงกลมที่ถูกขีดครอบตำแหน่งสุดท้ายของลูกเป้าในเที่ยวที่ผ่านมา


ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

(1) วงกลมรอบลูกเป้าตำแหน่งสุดท้ายนั้น อยู่ห่างจากอุปสรรคสิ่งกีดขวางใด ๆ น้อยกว่า 1 เมตร
(2) จากตำแหน่งสุดท้ายของลูกเป้านั้นผู้เล่นไม่สามารถโยนลูกเป้าได้ทุกระยะตามที่กำหนดไว้ในกติกา ข้อที่ 7

ในกรณีที่ 1 จะต้องย้ายที่ขีดวงกลม ให้ได้ระยะห่างจากสิ่งกีดขวาง และ/หรือเส้นฟาวล์ ตามที่กำหนดไว้ในกติกา

ในกรณีที่ 2 ผู้เล่นอาจจะถอยหลังตรงกับแนวการเล่นเที่ยวที่แล้ว (แนวที่เป็นเส้นตรงจากวงกลมของเที่ยวที่แล้วโดยลากผ่านจุดสุดท้ายของลูกเป้า)
จนกว่าผู้เล่นจะสามารถโยนลูกเป้าได้ถึงระยะไกลสุดของระยะลูกเป้าตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ(1) ของกติกาข้อ 7

และเมื่อถอยจนโยนระยะไกลสุดได้แล้วจะไม่สามารถถอยได้อีกต่อไป การถอยในกรณีนี้จะอนุญาตให้กระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นต้องการโยน
ลูกเป้าระยะไกลสุดแต่ไม่สามารถกระทำได้ไม่ว่าจะเป็นทิศทางใดก็ตาม ถ้าภายหลังการโยนลูกเป้าโดยทีมเดียวกันไปแล้วสามครั้ง แต่ลูกเป้ายังไม่ถูกต้องตามที่กติกากำหนด จะต้องเปลี่ยนให้ทีม
คู่ต่อสู้เป็นฝ่ายโยนบ้างโดยมีสิทธิโยนได้สามครั้งเช่นกัน และมีสิทธิที่จะย้ายวงกลมถอยหลังได้ตามที่กติกากำหนดไว้ข้างต้น และในกรณีนี้
วงกลมที่ถูกย้ายมานี้จะไม่สามารถย้ายได้อีก แม้ว่าทีมคู่ต่อสู้จะโยนลูกเป้าไม่ได้ดีตามกติกาทั้งสามครั้งก็ตาม

ระยะเวลาของการโยนลูกเป้า 3 ครั้ง นั้นสูงสุดต้องไม่เกิน 1 นาที
อย่างไรก็ตาม ทีมที่โยนลูกเป้าเสีย ทั้งสามครั้งแรก ยังคงเป็นทีมที่มีสิทธิในการโยนลูกเปตองลูกแรกอยู่


ข้อที่ 8 การโยนลูกเป้าที่ถูกกติกา

ลูกเป้าที่ถูกโยนออกไป ถูกทำให้หยุดโดยกรรมการผู้ตัดสิน ผู้เล่น ผู้ชม สัตว์ หรือวัตถุ เคลื่อนไหวอื่นๆ ถือว่าเป็นลูกเสีย
และต้องถูกนำมาโยนใหม่โดยไม่นับรวมในสิทธิการโยนสามครั้ง ของทีมหรือผู้เล่นที่ได้สิทธิเป็นผู้โยนลูกเป้า

ภายหลังจากการโยนลูกเป้า และลูกเปตองลูกแรกไปแล้ว ทีมคู่แข่งยังมีสิทธิขอตรวจสอบความถูกต้องตามกติกาของ
ตำแหน่งลูกเป้า และหากการประท้วงนั้นเป็นผล จะต้องให้มีการโยนลูกเป้า และลูกเปตองลูกแรกใหม่
สำหรับการที่จะนำลูกเป้ามาโยนใหม่นั้น ทั้งสองทีมจะต้องมีความเห็นพ้องว่าตำแหน่งของลูกเป้านั้นไม่ถูกต้องตามกติกา
หรือกรรมการผู้ตัดสินต้องเป็นผู้ตัดสินออกมา ทีมใดที่กระทำขัดแย้งกับกติกาข้อนี้จะเสียสิทธิในการโยนลูกเป้า

ถ้าทีมคู่แข่งได้โยนลูกเปตองไปแล้วหนึ่งลูกเช่นกัน ตำแหน่งลูกเป้าลูกนั้นถือว่าถูกต้อง ไม่มีสิทธิประท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น


ข้อที่ 9 ลูกเป้าที่เป็นลูกเสีย

ลูกเป้าที่ถือว่าเป็นลูกเสียตามกติกา มีหกกรณีดังต่อไปนี้

(1) เมื่อลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนออกนอกพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสนามแข่งขัน ถึงแม้ว่าลูกเป้านั้นจะกลิ้งกลับมาในสนาม
อีกหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นลูกเสีย ลูกเป้าที่มีส่วนหนึ่งส่วนใดทับอยู่บนเส้นขอบสนามแข่งขัน(หรือเส้นฟาวล์)ให้ถือว่าเป็นลูกดี
จะเป็นลูกเสียก็ต่อเมื่อได้ข้ามเส้นออกไปแล้วทั้งลูก ลูกเป้าจะเป็นลูกดี หรือเสียให้พิจารณาจากการมองจากด้านบนโดยตรง
และหลุมที่มีน้ำขัง (แม้ว่าจะอยู่ในสนามก็ตาม)ซึ่งถ้าลูกเป้าที่ตกไปอยู่ สามารถลอยไปมาได้ ให้ถือว่าหลุมนั้นเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับ
การแข่งขัน

(2) แม้ว่ายังคงอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสนามแข่งขัน แต่ลูกเป้าที่ถูกทำให้เคลื่อนที่ไป ไม่สามารถมองเห็นได้
จากวงกลมตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 7 ก็ถือว่าเป็นลูกเสีย อย่างไรก็ตามลูกเป้าที่ถูกบดบังโดยลูกเปตองยังไม่ถือว่าเป็นลูกเสีย
กรรมการผู้ตัดสินมีอำนาจที่จะเคลื่อนย้ายลูกเปตองนั้นชั่วคราว เพื่อช่วยในการตัดสินว่าลูกเป้านั้นสามารถมองเห็นหรือไม่

(3) เมื่อลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนที่ไปเกินกว่า 20 เมตร สำหรับเยาวชน และผู้ใหญ่ หรือเกินกว่า 15 เมตร
สำหรับเด็กเล็ก และยุวชน หรือน้อยกว่า 3 เมตร จากวงที่ใช้โยนลูก

(4) การแข่งขันในสนามที่มีการกำหนดขอบเขตของสนามแข่งขัน ลูกเป้าเคลื่อนที่ข้ามไปยังสนามด้านข้างเคียง
มากกว่าหนึ่งสนาม ให้ถือว่าเป็นลูกเสีย

(4a) ในการแข่งขันที่กำหนดระยะเวลา ขอบเขต เมื่อลูกเป้าเคลื่อนข้ามผ่านเส้นสนามที่กำหนดให้ถือว่าเป็นลูกเสีย

(5) เมื่อลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนที่ไป ไม่สามารถค้นหาพบได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้สำหรับการค้นหา 5 นาที

(6) เมื่อมีพื้นที่ต้องห้ามคั่นอยู่ระหว่างลูกเป้าและวงกลมที่โยนลูกเป้าให้ถือว่าเป็นลูกเสีย


ข้อที่ 10 การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง

ห้ามผู้เล่นทำการกด เหยียบ เคลื่อนย้าย หรือทุบปรับสิ่งกีดขวางใด ๆ ก็ตามในสนามแข่งขันโดยเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม
อนุญาตให้ผู้เล่นที่จะเป็นผู้โยนลูกเป้า มีสิทธิทดสอบจุดตกด้วยการใช้ลูกเปตองลูกหนึ่งเคาะพื้นสนามได้ไม่เกิน 3 ครั้ง และนอกเหนือจากนี้
ยังอนุญาตให้ผู้เล่นซึ่งเป็นผู้โยนลูกเปตองลูกต่อไป หรือเพื่อนร่วมทีมของผู้เล่นผู้นั้นกลบหลุมซึ่งเกิดจากการโยนเปตองลูกสุดท้าย
ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกติกาข้อนี้ จะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อ 34

ข้อที่ 10 ก การเปลี่ยนลูกเป้า หรือลูกเปตอง
ห้ามไม่ให้ผู้เล่นเปลี่ยนลูกเป้า หรือลูกเปตองในขณะทำการแข่งขัน ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

(1) ลูก(เป้า/เปตอง)ลูกหนึ่งหรือหลายๆ ลูก หายและไม่สามารถค้นหาพบ หลังจากการค้นหาภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ 5 นาที

(2) ในกรณีที่ลูก (เป้า/เปตอง)ลูกหนึ่งหรือหลายๆลูกเกิดแตก ในกรณีนี้ชิ้นส่วนชิ้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นชิ้นที่กำหนดจุดของลูก
(เป้า/เปตอง) และหากมีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ให้นำลูกเปตองหรือลูกเป้าที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากันหรือใกล้เคียงกันกับ
ลูกที่แตกนั้นมาวางแทนที่ทันที หรือภายหลังการวัดตัดสินชี้ขาดในกรณีที่จำเป็น และในการเล่นในเที่ยวต่อไป ผู้เล่นที่เกี่ยวข้อง
(กับลูกที่แตก) สามารถเปลี่ยนลูกชุดใหม่ได้ทั้งชุดลูกเป้า

 

ข้อที่ 11 ลูกเป้าที่ถูกบดบัง หรือถูกทำให้เคลื่อนที่ไป

ในระหว่างการเล่นเที่ยวใดก็ตาม ถ้าลูกเป้าถูกบดบังโดยบังเอิญโดยใบไม้หรือเศษกระดาษ ให้นำออกไปได้
ถ้าลูกเป้าที่หยุดนิ่งแล้ว ถูกทำให้เคลื่อนที่โดยสาเหตุของแรงลม หรือความลาดเอียงของสนาม เป็นต้น ให้นำลูกเป้ากลับมาวางไว้ที่เดิมได้
เฉพาะในกรณีที่ได้มีการทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งเดิมของลูกเป้าไว้

ให้ใช้หลักปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีข้างต้น ถ้าลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนที่โดยอุบัติเหตุจากกรรมการ ผู้ตัดสิน ผู้เล่น ผู้ชม
ลูกเปตองหรือลูกเป้าที่มาจากสนามอื่น ๆ สัตว์หรือวัตถุเคลื่อนไหวใด ๆ ก็ตามเพื่อหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้งใด ๆ ผู้เล่นจะต้องทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งลูกเป้าทุกครั้ง
การประท้วงที่เกี่ยวกับลูกเปตองหรือลูกเป้าที่ไม่ได้ทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งไว้ ไม่สามารถกระทำได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
ถ้าลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนที่โดยลูกเปตองที่เล่นอยู่ในสนามเดียวกันให้ถือว่าเป็นลูกดี

 

ข้อที่ 12 ลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนที่ไปยังสนามอื่น

ระหว่างการเล่น ลูกเป้าถูกทำให้เคลื่อนที่ไปยังสนามอื่นที่กำลังแข่งขันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสนามที่มีการกำหนดขอบเขต
หรือสนามเปิดก็ตาม ลูกเป้านั้นยังถือว่าดีอยู่ ยกเว้นลูกเป้าที่เข้าลักษณะที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 9

ผู้เล่นซึ่งจะต้องเล่นกับลูกเป้าที่เคลื่อนที่ไปอยู่นกันู่ซึ่งจะต้อสนามอื่นที่กำลังแข่งขันอยู่เช่นกันจะต้องรอคอยเพื่อให้ผู้เล่น
ในสนามนั้นจบการเล่นในเที่ยวนั้นก่อน แล้วจึงเล่นเพื่อให้จบการเล่นเที่ยวของตนเอง

ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับลูกเป้าในกรณีข้างต้น จะต้องแสดงถึงความอดทนและสงบในการรอคอย
และการเล่นในเที่ยวต่อไป คู่แข่งขันจะต้องกลับไปเล่นต่อที่สนามที่กำหนดไว้ให้ตามเดิม และลูกเป้าจะถูกโยนอีกครั้ง
จากจุดที่ลูกเป้าวางอยู่ก่อนที่จะถูกทำให้เคลื่อนที่ โดยให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 7 (เรื่องวงกลมสำหรับโยนลูกเป้า)

 

ข้อที่ 13 กฎที่นำมาใช้ถ้าลูกเป้าถูกทำให้เป็นลูกเสีย

ในระหว่างการแข่งขันเที่ยวใดก็ตาม ถ้าลูกเป้าถูกทำให้เป็นลูกเสีย หนึ่งในสามกรณีนี้จะถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการพิจารณาตัดสิน

(1) ถ้าทั้งสองทีมมีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ การเล่นในรอบนั้นให้ถือเป็นโมฆะ
(2) ถ้ามีเพียงทีมเดียวที่มีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ ทีมนั้นจะได้คะแนนเท่าจำนวนของลูกเปตองที่ทีมของตนเหลืออยู่
(3) ถ้าทั้งสองทีมไม่มีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ การเล่นรอบนั้นให้ถือเป็นโมฆะ

 

ข้อที่ 14 ตำแหน่งลูกเป้าหลังจากที่ถูกทำให้หยุด

(1) ถ้าลูกเป้า (ซึ่งถูกตีออกไป) ถูกทำให้หยุดหรือเปลี่ยนทิศทาง โดยผู้ชม หรือโดยกรรมการผู้ตัดสิน ให้คงลูกเป้าไว้
ที่จุดที่ลูกเป้าถูกทำให้หยุด

(2) ถ้าลูกเป้า (ซึ่งถูกตีออกไป) ถูกทำให้หยุดหรือเปลี่ยนทิศทางโดยผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ทีมคู่แข่งของผู้เล่นที่ทำ
ลูกเป้าหยุดมีสิทธิ์เลือกดังนี้

(ก) ให้ลูกเป้าอยู่ที่ตำแหน่งใหม่นั้น
(ข) ให้นำกลับมาไว้ที่ตำแหน่งเดิม
(ค) วางไว้ที่ใดที่หนึ่งบนแนวตรงที่ลากจากตำแหน่งเดิมและตำแหน่งใหม่ โดยจุดที่วางจะต้องห่างจากวงกลม
ไม่เกิน 20 เมตรสำหรับผู้ใหญ่และเยาวชน (ไม่เกิน 15 เมตรสำหรับเด็กเล็กและยุวชน) และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากวงกลม

กติกาข้อย่อยที่ (ข) และ (ค) จะบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้มีการทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งเดิมของลูกเป้าไว้เท่านั้น
ถ้าไม่มีการทำเครื่องหมายไว้ ให้ใช้ตำแหน่งใหม่ของลูกเป้านั้น ถ้าหลังจากการถูกตีกระทบ
ลูกเป้ากระเด็นออกนอกสนามไป แล้วกระดอนกลับเข้ามาในสนามใหม่ ให้ถือว่าเป็นลูกเสีย
และข้อกำหนดในกติกาข้อที่ 13 จะถูกใช้เป็นเครื่องพิจารณาตัดสิน


ข้อที่ 15 การโยนลูกเปตองลูกแรกและลูกต่อ ๆ ไป

ลูกเปตองลูกแรกของการเล่นเที่ยวใดก็ตาม จะถูกโยนโดยผู้เล่นของทีมที่ชนะการเสี่ยงทาย หรือของทีมที่ได้คะแนน
ในรอบที่ผ่านมา หลังจากนั้นลูกเปตองจะถูกโยนโดยผู้เล่นของทีมที่ลูกเปตองของทีมตนยังไม่เป็นลูกที่ใกล้ลูกเป้ากว่าลูกของทีมคู่ต่อสู้

ผู้เล่นจะต้องไม่ใช้วัตถุใด ๆ หรือขีดเส้นลงบนพื้นสนามเพื่อช่วยในการเล่นลูกเปตอง หรือทำเครื่องหมายของจุดตกของ
ลูกเปตอง และในการโยนลูกเปตองลูกสุดท้ายของตน ห้ามมิให้ผู้เล่นถือลูกเปตองสำรองไว้ในมืออีกข้างหนึ่ง

ลูกเปตองจะต้องถูกโยนครั้งละหนึ่งลูกเท่านั้น ลูกเปตองที่ถูกโยนไปแล้ว ไม่สามารถนำกลับมาโยนได้อีก (ในเที่ยวเดียวกัน) อย่างไรก็ตามลูกเปตองจะต้องนำมา
โยนใหม่ถ้าลูกเปตองที่กำลังเคลื่อนที่จากการโยนถูกทำให้หยุดหรือเปลี่ยนทิศทางโดยอุบัติเหตุระหว่างกลางทางจากวงกลมถึงลูกเป้า
โดยลูกเปตองหรือลูกเป้าจากสนามอื่นๆ หรือโดยสัตว์หรือวัตถุเคลื่อนไหวอื่น ๆ และในกรณีที่ถูกกำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 8
(เกี่ยวกับกรณีการประท้วงตำแหน่งของลูกเป้าและการประท้วงเป็นผล)

ห้ามทำลูกเปตอง หรือลูกเป้าเปียกน้ำ ก่อนโยนลูกเปตอง ผู้เล่นจะต้องทำความสะอาดลูกเปตองของตนเองไม่ให้มีเศษดินโคลน
หรือเศษสิ่งอื่นติดอยู่ มิฉะนั้นจะถูกลงโทษตามกติกาข้อที่ 34

ถ้าลูกเปตองลูกแรกถูกโยนและออกไปนอกสนาม ผู้เล่นของอีกทีมหนึ่งจะต้องเป็นผู้โยนบ้าง และให้สลับกันโยน
ตราบเท่าที่ยังไม่มีลูกเปตองในสนามแข่งขัน

ถ้าภายหลังการยิงลูกหรือการเข้าลูก ไม่มีลูกเปตองเหลืออยู่ในสนามแข่งขัน ให้นำข้อกำหนดในกติกาข้อที่ 28 มาบังคับใช้

 

ข้อที่ 16 มารยาทของผู้เล่น และผู้ชมระหว่างการแข่งขัน

ระหว่างช่วงระยะเวลาที่อนุญาตให้ผู้เล่นเตรียมโยนลูกเปตอง (1 นาที) ผู้ชม และผู้เล่นคนอื่น ๆ จะต้องดูอยู่ด้วยความสงบ
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องไม่เดิน หรือกระทำการอื่นใดซึ่งเป็นการรบกวนผู้เล่นที่กำลังจะโยนลูก อนุญาตให้เพียงผู้ร่วมทีม
ของผู้เล่นที่กำลังจะโยนลูกเท่านั้น ที่มีสิทธิเข้าไปอยู่ในบริเวณระหว่างวงกลมและลูกเป้า

ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะต้องอยู่ด้านบนเลยลูกเป้า หรือด้านหลังผู้ที่กำลังจะโยนลูกเปตอง และในกรณีทั้งสองจะต้องยืนอยู่
ด้านข้างของทิศทางที่ผู้เล่นจะโยนลูกเปตอง(ทิศทางจากวงกลม ไปสู่จุดตกของลูกเปตอง)และจะต้องยืนห่างจากผู้ที่จะโยนลูกอย่างน้อย 2 เมตร
ผู้เล่นที่ละเมิดกติกาข้อนี้ สามารถที่จะถูกตัดออกจากการแข่งขัน ภายหลังจากที่ถูกตักเตือนจากกรรมการผู้ตัดสินแล้วยังกระทำการละเมิดอยู่อีก

 

ข้อที่ 17 การโยนลูกเปตอง และลูกเปตองที่กลิ้งออกนอกสนาม

ระหว่างการแข่งขัน ห้ามผู้เล่นที่กำลังแข่งขันทุกคนฝึกซ้อมโยนลูกเปตอง ผู้เล่นที่ไม่ปฏิบัติตามกติกาข้อนี้จะถูกลงโทษ
ตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 34

ในระหว่างการโยนแต่ละรอบ ลูกเปตองที่ออกไปนอกสนามแข่งขันที่กำหนดให้ถือว่าเป็นลูกดี (ยกเว้นในกรณีที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 18)

 

ข้อที่ 18 ลูกเปตองที่เป็นลูกเสีย

ลูกเปตองจะถูกถือว่าเป็นลูกเสียทันทีที่ออกไปนอกพื้นที่แข่งขัน ลูกเปตองที่คาบเส้นฟาวล์อยู่ ถือว่าเป็นลูกดี จะถือว่า
เป็นลูกเสียก็ต่อเมื่อลูกได้ผ่านเส้นขอบพื้นที่แข่งขัน หรือเส้นฟาวล์ออกไปทั้งลูกแล้ว ลูกที่ผ่านข้ามเส้นหรือไม่ให้ถือการมองโดยตรงจาก
ด้านบน กรณีเดียวกันนี้ให้ประยุกต์ใช้กับระบบที่มีการกำหนดขอบเขตสนามแข่งขัน เมื่อลูกเปตองเคลื่อนข้ามเส้นขอบสนามมากกว่าหนึ่งสนาม
ทางด้านข้างของสนามที่ตนกำลังใช้แข่งขันอยู่หรือลูกเปตองเคลื่อนผ่านเส้นหัวสนามท้ายสนาม

ในระบบการแข่งขันที่กำหนดระยะเวลาของการแข่งขัน ซึ่งแข่งขันในสนามที่กำหนดขอบเขตลูกเปตองจะถูกพิจารณาว่า
เป็นลูกเสียเมื่อลูกเปตองข้ามเส้นของสนามที่กำหนอให้เป็นสนามแข่งขันโดยสิ้นเชิง

ลูกเปตองที่กลับเข้ามาในสนามอีกครั้งหลังจากที่ออกไปแล้ว ไม่ว่าเนื่องจากความลาดเอียงของพื้นสนาม หรือกระดอน
กลับจากการกระทบวัตถุที่เคลื่อนไหวหรือที่อยู่กับที่ก็ตาม จะต้องถูกเอาออกไปจากการแข่งขันและทุกสิ่งที่ถูกทำให้เคลื่อนที่เพราะการ
กระทบของลูกเปตองที่ย้อนกลับเข้ามาในสนาม ให้นำกลับไว้ที่เดิม

ลูกเปตองที่เป็นลูกเสีย จะต้องยกออกไปนอกสนามทันที มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นลูกดีโดยอัตโนมัติ หลังจากที่ลูกเปตอง
ลูกหนึ่งถูกโยนไปโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

 

ข้อที่ 19 ลูกเปตองที่ถูกทำให้หยุด

ลูกเปตองที่ถูกโยนออกไป ถูกทำให้หยุดหรือเปลี่ยนทิศทางโดยผู้ชมหรือกรรมการผู้ตัดสิน ให้คงลูกเปตองนั้นไว้ที่ตำแหน่งที่ลูกถูกทำให้หยุด
ลูกเปตองที่ถูกโยนออกไป ถูกทำให้หยุดโดยผู้เล่นที่อยู่ข้างเดียวกันกับผู้โยนให้ถือเป็นลูกเสีย
ถ้าลูกเปตองที่ถูกยิง หรือตี ถูกทำให้หยุดหรือเปลี่ยนทิศทางโดยบังเอิญโดยผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามของผู้เล่นที่ทำฟาวล์มีสิทธิ์เลือกปฏิบัติได้ดังนี้

(ก) ให้ลูกเปตองอยู่ตำแหน่งที่ถูกทำให้หยุด
(ข) เลือกวางลูกเปตอง ณ จุดใดจุดหนึ่งตามแนวตรงที่ลากจากตำแหน่งเดิม (ก่อนถูกตี) กับตำแหน่งที่หยุดใหม่ แต่ต้องอยู่บริเวณที่สามารถเล่นต่อไปได้เท่านั้น และให้ใช้ได้เพียงกรณีที่ได้ทำเครื่องหมายไว้ก่อนแล้วเท่านั้น
ผู้เล่นที่เจตนาหยุดลูกเปตองที่กำลังเคลื่อนที่ จะถูกตัดออกจากการแข่งขันทันทีทั้งทีม

 

ข้อที่ 20 ระยะเวลาที่กำหนดในการเล่น

เมื่อลูกเป้าถูกโยนแล้ว ผู้เล่นมีระยะเวลา 1 นาที เพื่อโยนลูกเปตอง การนับเวลาจะเริ่มนับตั้งแต่ลูกเป้าหรือลูกเปตองที่ถูกโยนก่อนหน้านี้หยุดนิ่ง หรือถ้าในกรณีที่ต้องมีการวัดเพื่อการชี้ขาด การนับเวลาจะเริ่มขึ้นเมื่อผลของการวัดถูกชี้ขาดออกมา
กติกานี้จะถูกนำมาใช้กับการโยนลูกเป้า เมื่อจบการแข่งขันแต่ละเที่ยวด้วยให้บังคับใช้กับการโยนลูกเป้าซึ้งในการโยน 3 ครั้งจะต้องแล้วสิ้นภายใน 1 นาที
ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกติกาข้อนี้ จะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 34

 

ข้อที่ 21 ลูกเปตองที่ถูกทำให้เคลื่อนที่ไป

ถ้าลูกเปตองที่หยุดนิ่งแล้ว ถูกทำให้เคลื่อนที่โดยสาเหตุของแรงลมหรือความลาดเอียงของพื้นสนาม เป็นต้น จะต้องถูกนำกลับไปวางไว้ที่เดิม หลักการเดียวกันนี้จะถูกบังคับใช้กับกรณีที่ลูกเปตองถูกทำให้เคลื่อนที่โดยอุบัติเหตุโดยผู้เล่น กรรมการผู้ตัดสิน ผู้ชม สัตว์ หรือวัตถุเคลื่อนที่ใด ๆ ก็ตาม
เพื่อหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้งใดๆ ผู้เล่นจะต้องทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งของลูกเปตองทุกครั้ง ลูกเปตองที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งไว้จะไม่สามารถทำการประท้วงใด ๆ ได้ และกรรมการผู้ตัดสินจะตัดสินตามตำแหน่งของลูกเปตองที่วางอยู่ในสนาม
อย่างไรก็ตามถ้าลูกเปตองถูกทำให้เคลื่อนที่ไปโดยลูกเปตองที่เล่นในสนามเดียวกันให้ถือว่าเป็นลูกดี

 

ข้อที่ 22 ผู้เล่นที่โยนลูกเปตองที่ไม่ใช่ของตนเอง

ผู้เล่นที่เอาลูกเปตองของผู้เล่นคนอื่นไปโยนจะถูกตักเตือน 1 ครั้ง ส่วนลูกเปตองที่ถูกเล่นไปแล้ว (ลูกของผู้อื่น) ยังคงถือว่าเป็นลูกดี แต่ต้องนำลูกของตนเองมาวางแทนที่อย่างทันที หรือภายหลังจากที่เสร็จสิ้นการวัดแล้ว
หากมีการกระทำผิดซ้ำแบบเดิมอีกในเกมเดียวกัน ลูกเปตองของผู้เล่นที่กระทำผิดจะถูกปรับเป็นลูกเสียและทุกสิ่งที่ถูกทำให้เคลื่อนที่โดยลูกเปตองลูกนั้นจะต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิม
ห้ามมิให้ผู้เล่นเก็บลูกเปตองที่โยนไปแล้วขึ้นมา ก่อนที่จะจบการเล่นในแต่ละเที่ยว

 

ข้อที่ 23 การโยนลูกเปตองที่ผิดวงกลม

ผู้เล่นที่โยนลูกเปตองจากวงกลมที่มิใช่วงกลมที่ใช้โยนลูกเป้าให้ถือว่าเป็นลูกเสียและถ้ามีการทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งไว้ทุกสิ่งในสนาม ที่ถูกทำให้เคลื่อนย้ายตำแหน่งโดยลูกเปตองที่ถูกโยนผิดวงกลมจะต้องนำกลับมาไว้ที่เดิม
อย่างไรก็ตาม ทีมคู่แข่งขัน (ของทีมที่โยนผิดกติกา) มีสิทธิใช้กฎของการได้เปรียบ โดยขอให้ลูกที่โยนโดยผิดกติกานั้นเป็นลูกดี ในกรณีนี้ลูกเปตองที่ถูกโยนเข้า หรือยิงนั้นจะเป็นลูกดี และทุกสิ่งที่ถูกทำให้เคลื่อนที่โดยลูกเปตองนี้จะอยู่ที่ตำแหน่งใหม่

การชี้ขาด และการวัดระยะ

 

ข้อที่ 24 การย้ายลูกเปตองชั่วคราว

ในการวัดเพื่อชี้ขาดนั้น อนุญาตให้เคลื่อนย้ายลูกเปตอง หรือสิ่งกีดขวางอื่นใด ที่อยู่ระหว่างลูกเปตอง
กับลูกเป้าได้ชั่วคราว ภายหลังจากที่มีการทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งของลูกที่ต้องการย้าย และหลังจากการวัดสิ้นสุด
ให้นำทุกสิ่งที่เคลื่อนย้ายกลับมาไว้ที่เดิม แต่ถ้ามีสิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ให้ใช้ “callipers”เป็นเครื่องมือช่วยวัด

 

ข้อที่ 25 การวัดเพื่อชี้ขาด

การวัดเพื่อชี้ขาด เป็นหน้าที่ของผู้เล่นหรือเพื่อนร่วมทีมของผู้ซึ่งเล่นลูกสุดท้ายก่อนการวัด อย่างไรก็ตามคู่แข่งขันยังคงมีสิทธิ์ในการขอวัดลูกนั้นอีก อนึ่ง ถ้าการวัดโดยผู้เล่นไม่สามารถตัดสินได้ ต้องให้กรรมการผู้ตัดสินเป็นผู้เข้ามาวัดเพื่อชี้ขาด และการตัดสินของกรรมการจะถือเป็นข้อยุติ
ในการวัดเพื่อชี้ขาด จะต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งแต่ละทีมต้องมีไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามวัดตัดสินโดยใช้เท้า (ก้าว) ผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาข้อนี้อาจจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 34

 


ข้อที่ 26 ลูกเปตองที่ถูกยกออกไปก่อนการเห็นชอบเรื่องการได้คะแนน

ห้ามมิให้ผู้เล่นเก็บลูกเปตองที่โยนแล้วขึ้นมา ก่อนที่จะจบการเล่นในแต่ละเที่ยว
เมื่อเสร็จสิ้นการโยนแต่ละรอบ ลูกเปตองที่ถูกยกออกไปก่อนการเห็นชอบของคู่กรณี เรื่องการได้คะแนน ให้ถือเป็นลูกโมฆะ ถ้าไม่ได้มีการทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งไว้ และจะไม่สามารถประท้วงเรียกร้องใด ๆ ได้อีก

 

ข้อที่ 27 การทำให้ลูกเปตอง หรือลูกเป้าเคลื่อนที่

ทีมของผู้เล่นที่ทำการวัดเพื่อตัดสิน และได้ทำให้ลูกเป้า หรือลูกเปตองของทีมคู่ต่อสู้ซึ่งเป็นปัญหา

เคลื่อนที่ไป จะถือว่าเป็นผู้เสียคะแนนในลูกที่กำลังวัดนั้น ในระหว่างการวัดถ้ากรรมการผู้ตัดสินบังเอิญทำให้ลูกเป้าหรือลูกเปตองเคลื่อนที่

จะต้องตัดสินให้เสมอกัน

 

ข้อที่ 28 ลูกเปตองห่างจากลูกเป้าเท่ากัน

ถ้าลูกเปตองของทั้งสองทีมมีระยะห่างจากลูกเป้าเท่ากันให้ยึดถือปฏิบัติตาม 3 กรณี ดังต่อไปนี้

(1) ถ้าทั้งสองทีมใดไม่มีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ให้ถือว่าการเล่นในเที่ยวนั้นเป็นโมฆะ และลูกเป้าจะถูกโยนเพื่อเล่นใหม่โดยทีมที่เริ่มโยนลูกเป้าในเที่ยวก่อน

(2) ถ้ามีเพียงทีมเดียวที่มีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ ทีมนั้นจะต้องโยนลูกที่เหลือให้หมด และได้คะแนนมากเท่าลูกเปตองของฝ่ายตนที่อยู่ใกล้ลูกเป้ากว่า
ลูกเปตองที่ใกล้เป้าที่สุดของฝ่ายตรงข้าม

(3) ถ้าทั้งสองทีมยังมีลูกเปตองที่ยังไม่ได้โยนเหลืออยู่ ทีมที่โยนลูกสุดท้ายเป็นผู้โยนอีกครั้ง และสลับกันโยนทีละลูกจนกว่าจะมีลูกของทีมหนึ่งทีมใดเป็นลูกชนะ และถ้าเกิดมีการโยนจนทำให้มีเพียงฝ่ายเดียวที่มีลูกเปตองเหลืออยู่ก็ให้ปฏิบัติตามข้อ (2) ที่กล่าวมาข้างต้น((3)
หลังจากจบการเล่นเที่ยวใด ๆ ก็ตาม ถ้าไม่มีลูกเปตองเหลืออยู่เลยในสนามแข่งขัน การเล่นในเที่ยวนั้นถือว่าเป็นโมฆะ

 

ข้อที่ 29 วัตถุแปลกปลอมมาเกาะติดลูกเปตองหรือลูกเป้าเมื่อมีวัตถุอื่นใดมาเกาะติดอยู่กับลูกเปตองหรือลูกเป้า

ให้เอาสิ่งนั้นออกก่อนการวัดเพื่อชี้ขาด

 

ข้อที่ 30 การประท้วง

เพื่อให้เป็นการถูกต้องตามระเบียบ การประท้วงใด ๆ จะต้องยื่นต่อกรรมการผู้ตัดสิน และการประท้วงที่ทำหลังจากการประกาศผลการแข่งขันออกมาแล้วจะไม่ได้รับการพิจารณา
ทีมแต่ละทีมจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบคุณสมบัติของฝ่ายตรงข้าม (ใบอนุญาต ประเภทของการแข่งขัน สนามแข่งขัน ลูกเปตอง เป็นต้น)

 

ระเบียบการแข่งขัน (Discipline)

ข้อที่ 31 การลงโทษทีม หรือผู้เล่นที่ไม่มาปรากฏตัว

ในขณะที่ทำการจับสลากแบ่งสาย และประกาศผลการจับสาย ผู้เล่นทุกคนต้องแสดงตัวที่กองอำนวยการ
ถ้าหลังจากการประกาศผลการจับสายไปแล้ว 15 นาที ทีมที่จะต้องทำการแข่งขันไม่ไปปรากฏตัวที่สนามแข่งขันจะถูกลงโทษโดยถูกปรับ 1 คะแนนให้แก่ทีมคู่แข่งขันถ้าในรายการแข่งขันท่มีการกำหนดระยะเวลาของเกมส์การแข่งขันระยะเวลาของการปรับคะแนนจะลดลงเป็น 5 นาที
หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว จะต้องถูกปรับอีกครั้งละ 1 คะแนน ทุก ๆ 5 นาทีของการล่าช้า

การลงโทษในกรณีนี้จะบังคับใช้ตลอดเกมการแข่งขันที่เริ่มขึ้นหลังจากการจับสลากแบ่งสาย และในกรณีที่เริ่มการแข่งขันใหม่อีกครั้งหลังจากหยุดพักช่วงด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม
ทีมซึ่งไม่มาแสดงตัวบริเวณสนามแข่งขันภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากที่เริ่มการแข่งขัน หรือเริ่มการแข่งขันใหม่อีกครั้ง ให้ปรับทีมนั้นออกจากการแข่งขันทันที
ทีมที่ผู้เล่นไม่ครบจำนวนมีสิทธิเริ่มการแข่งขันโดยปราศจากผู้เล่นที่มาช้าได้ แต่อนุญาตให้ใช้ลูกเปตองได้ตามสิทธิของผู้เล่นที่มีอยู่เท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิในลูกเปตองของผู้เล่นที่ไม่มาได้
ผู้เล่นไม่สามารถออกไปจากเกม หรือสนามแข่งขันโดยปราศจากการอนุญาตของกรรมการผู้ตัดสินได้ ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในกติกาข้อที่ 31 และข้อที่ 32

 

ข้อที่ 32 ผู้เล่นที่มาสาย

หลังจากที่เริ่มเล่นแล้วในเที่ยวใดก็ตาม ถ้าผู้เล่นที่มาสายมาถึง จะไม่มีสิทธิลงเล่นในเที่ยวนี้ แต่สามารถลงเล่นในเที่ยวต่อไปได้
ถ้าผู้เล่นมาสายเกิน 1 ชั่วโมงหลังจากเริ่มเกมแข่งขัน ผู้เล่นผู้นั้นไม่มีสิทธิลงแข่งขันในเกมนั้น

ในกรณีที่ทีมของตนชนะในการแข่งขันในเกมนี้ ผู้เล่นที่มาสายจะสามารถลงแข่งขันในเกมต่อไปได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นคนนั้นได้ร่วมลงทะเบียนกับทีมนั้นไว้แต่เริ่มแรกแล้ว
ถ้าการแข่งขันถูกจัดแบบแบ่งสาย(ตัดบน-ล่าง) ผู้เล่นที่มาสายสามารถลงแข่งขันในเกมที่สองได้โดยไม่ต้องคำนึงผลการแข่งขันในเกมแรก

การแข่งขันในแต่ละเที่ยวจะถือว่าเริ่มเล่นแล้วก็ต่อเมื่อลูกเป้าถูกโยนไปวางบนสนามแล้วอย่างถูกต้องตามกติกาทุกอย่าง


ข้อที่ 33 การเปลี่ยนตัวผู้เล่น

การเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนหนึ่งในประเภททีม 2 คน หรือ 1 ถึง 2 คนในประเภททีม 3 คนนั้น
อนุญาตให้กระทำได้จนกระทั่งถึงการประกาศเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (การยิงปืน การเป่านกหวีด การประกาศ เป็นต้น) และผู้เล่นสำรองที่อนุญาตให้เปลี่ยนตัวได้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ลงทะเบียนไว้กับทีมอื่น ๆ ที่ร่วมการแข่งขันในคราวเดียวกันนี้

 


ข้อที่ 34 การลงโทษ

ผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกติกาการแข่งขัน จะถูกลงโทษตามบทลงโทษดังต่อไปนี้

(1) ตักเตือน
(2) ยกเลิกลูกเปตองที่เล่นไปแล้ว หรือลูกที่กำลังจะโยน 1 ลูก
(3) ยกเลิกลูกเปตองที่เล่นไปแล้ว หรือที่กำลังจะโยน 1 ลูก และลูกต่อมาอีก 1 ลูก
(4) ตัดสิทธิการโยน ของผู้เล่นที่ละเมิด 1 เกม
(5) ปรับทีมที่ฝ่าฝืน ให้แพ้ในเกมแข่งขัน
(6) ปรับให้แพ้ทั้งสองทีม ในกรณีที่ร่วมกันฝ่าฝืน

 

ข้อที่ 35 อากาศ

ในกรณีที่มีฝนตก การแข่งขันที่เริ่มแล้วจะต้องเล่นให้จบในเที่ยวนั้น ยกเว้นกรรมการผู้ตัดสินและคณะกรรมการผู้ตัดสินได้ตัดสินใจยกเลิก
หรือหยุดไว้ก่อนด้วยเหตุอันสุดวิสัย


ข้อที่ 36 การแข่งขันรอบใหม่

หลังจากมีการประกาศการแข่งขันรอบใหม่ (เช่น รอบที่ 2 / รอบที่ 3 เป็นต้น) ถ้ายังมีบางคู่ยังแข่งขันไม่เสร็จ กรรมการผู้ตัดสิน
(โดยคำแนะนำของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน) อาจจะต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสม เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปโดยเรียบร้อย


ข้อที่ 37 การสมยอมกันในการแข่งขัน

ในระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นซึ่งได้แสดงถึงความไม่มีน้ำใจนักกีฬา ผู้จัดการแข่งขัน หรือกรรมการผู้ตัดสินจะตัดสิทธิออกจากการแข่งขัน
และการปรับโทษนี้อาจจะส่งผลถึงการไม่รับรองผลการแข่งขัน และยังอาจยังรวมโทษปรับตามกติกาข้อที่ 38 ด้วย

 

ข้อที่ 38 พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ผู้เล่นที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ตัดสิน ผู้เล่นคนอื่นหรือต่อผู้ชมจะถูกลงโทษตามข้อใดข้อหนึ่ง
หรือหลายข้อตามสภาพความร้ายแรงของพฤติกรรมดังต่อไปนี้

(1) ให้ออกจากการแข่งขัน
(2) ถอนใบอนุญาต
(3) ยึดหรือริบรางวัลคืน

การลงโทษที่กล่าวแล้วนอกจากจะบังคับใช้ต่อผู้เล่นที่กระทำผิดแล้ว ยังสามารถบังคับใช้ต่อเพื่อร่วมทีมของผู้เล่นนั้นด้วยเช่นกัน

การลงโทษตามข้อที่ (1) อยู่ในอำนาจของกรรมการผู้ตัดสิน
การลงโทษตามข้อที่ (2) อยู่ในอำนาจของคณะลูกขุน
การลงโทษตามข้อที่ (3) อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน

ซึ่งจะส่งรายงานพร้อมด้วยรางวัลที่ยึดคืนไปยังองค์กรสหพันธ์ต้นสังกัดของผู้เล่นนั้นภายใน 48 ชั่วโมง
และสหพันธ์จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินตามความเหมาะสมต่อไปในทุกกรณี ประธานสหพันธ์ต้นสังกัดจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
นักกีฬาทุกคนจะต้องแต่งกายที่สุภาพเหมาะสม ผู้เล่นที่ไม่ปฏิบัติตามกติกานี้จะถูกห้ามแข่งขันหลังจากที่ได้รับการตักเตือนจากกรรมการผู้ตัดสิน

 

ข้อที่ 39 หน้าที่ของกรรมการผู้ตัดสิน

กรรมการผู้ตัดสินถูกกำหนดให้เป็นผู้ควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกา และระเบียบการแข่งขันอย่างเคร่งครัดและคงไว้ซึ่งอำนาจที่จะเพิกถอนสิทธิของผู้เล่น หรือทีมที่ไม่เชื่อฟังในคำตัดสิน
หากผู้ชมที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ใด ๆ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือก่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่ราบรื่นภายในบริเวณการแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสินจะทำการรายงานต่อผู้บริหารสหพันธ์ของผู้นั้น ซึ่งจะเป็นผู้จัดตั้งคณะกรรมการด้านวินัย เพื่อพิจารณาลงโทษผู้นั้นต่อไป

 

ข้อที่ 40 องค์ประกอบและการตัดสินของกรรมการชี้ขาด

หากมีกรณีอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดในกติกานี้ ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการผู้ตัดสินที่จะนำเสนอกรณี
นั้น ๆ ต่อคณะกรรมการชี้ขาดซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน และการตัดสินของคณะกรรมการนี้ถือเป็นข้อยุติไม่มีการอุทธรณ์ และในกรณีที่มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้ประธานคณะกรรมการชี้ขาดเป็นผู้ลงมติชี้ขาดขั้นสุดท้าย

 


กติกานี้ได้รับการลงมติรับรองในการประชุมของสหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP)
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2008 ณ กรุงดักการ์ ประเทศเซเนกัล
แปลและเรียบเรียง โดย ณรงค์ กิจอุดม
กรรมการผู้ตัดสินสหพันธ์เปตองนานาชาติ [FIPJP] 1 กุมภาพันธ์ 2552

 

อ้างอิงและขอบคุณข้อมูลจาก
http://210.246.188.58/tuipetanque/index.php/2009-09-16-07-56-10


07 กันยายน 2015

ผู้ชม 19422 ครั้ง

Engine by